จับแล้ว “ไอ้หนึ่ง” คดีรัว 6 นัดตายในสวนปาล์ม เป็นญาติสนิทอดีตลูกเขยคนตายเจ็บแค้นแทน ขับจยย.ไล่ตามยิงดับอ้างป้องกันตัว
จากกรณีคนร้ายจ่อยิง 6 นัด นายนิโรจน์ ทองสุข อายุ 48 ปี ดับในสวนปาล์ม หมู่ที่ 16 ตำบลดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร เหตุเกิดวันที่ 27 ก.พ.67 ที่ผ่านมา
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าววันที่ 28 ก.พ.67 เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.อ.ชนินทร์ ณรงค์น้อย ผกก.สภ.บ้านมาบอำมฤต อ.ปะทิว จ.ชุมพร พ.ต.อ.ศุภณัฐ รัตนภิรมย์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร พ.ต.ท.สุพจน์ สุทธิเกิด รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ชุมพร ร.ต.อ.ธวัช ภูพร หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ ภจ.ว..ชุมพร ร.ต.ท.จิระวัฒน์ ดวงชัย หัวหน้าชุดสืบสวน ภ.จว.ชุมพร ได้นำตัวพยานบุคคลทั้งที่เป็นญาติกับผู้ตายและเพื่อนบ้าน รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด ตามเส้นทางจุดเชื่อมโยงต่างๆก่อนคืนเกิดเหตุที่นายนิโรจน์ถูกฆ่าตาย โดยเฉพาะอดีตลูกเขยผู้ตายที่ตำรวจนำตัวมาสอบปากคำและให้การเป็นประโยชน์ที่เกี่ยวพันต่อรูปคดี
อดีตลูกเขยให้การว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาขณะที่ตนเองได้ขับรถ จยย.ผ่านบ้านนายเฟียว ซึ่งอยู่ในสวนยางพารา แล้วได้พบนายนิโรจน์ ทองสุข คนตายและเป็นอดีตพ่อตา จอดรถอยู่หน้าบ้านเฟียว แต่พอขับรถผ่านได้เพียงเล็กน้อย ยังไม่ทันถึงปากซอย ก็สังเกตเห็นรถยนต์ของอดีตพ่อตา ขับรถตามมาอย่างเร็ว ด้วยความกลัวและตกใจ จึงได้ขับรถ เลี้ยวขวาเมื่อทางปากซอยถนนในซอย ซึ่งเป็นถนนลูกรัง ก็พบว่านายนิโรจน์ ยังขับรถตามมาอยู่ จนกระทั่งมาถึงหน้าบ้านของนายหนึ่ง หรือนายชาตรี บุญเพ็ง อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ และห่างจากที่เจอนายนิโรจน์ เพียง 200 เมตร จึงได้จอดรถพร้อมตะโกนเรียก ขณะที่ตนเองจอดรถตะโกนเรียกนายหนึ่ง อยู่ข้างทาง นายนิโรจน์ ได้ขับรถมาถึงแล้วจอดประกบรถ จยย.ตน
อดีตลูกเขยให้การต่อว่า เมื่อจอดประกบแล้ว นายนิโรจน์ ได้พูดตะโกนออกมาจากรถว่ากูต้องการเจอมึงมานานแล้ว พร้อมสังเกตเห็นว่านายนิโรจน์ เหมือนเอื้อมมือไปจะไปหยิบอะไรบางอย่างตรงเบาะข้างตัว ตนเห็นท่าไม่ดี จึงได้ขับรถหนีไปอีกประมาณ 200 เมตร แล้วรีบเลี้ยวขวาเข้าไปในสวนยางพาราอีกประมาณ 100 เมตร แล้วรีบปิดไฟ ดับเครื่องรถ เพื่อหลบซ่อนตัวไม่ให้นายนิโรจน์อดีตพ่อเห็น ซึ่งก็ได้ผลนายนิโรจน์ ได้ขับรถยนต์เลยไป หลังจากนั้นเมื่อตนเห็นปลอดภัยแล้ว จึงได้ขับรถออกมา และได้มาเจอนายหนึ่งญาติมีศักดิ์เป็นพี่พร้อมเมียบริเวณหน้าปากทางของที่เส้นทางที่ตนขับรถ จยย.เข้าไปหลบ หลังจากนั้นก็ได้เดินทางออกจากพื้นที่ โดยขับไปดูว่า นายนิโรจน์ ขับไปรอที่บ้านหรือไม่ แต่เมื่อขับไปดูก็ไม่พบจึงได้แยกย้ายกันไป
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ออกไปติดตามตัวนายชาตรี บุญเพ็ง หรือนายหนึ่ง อายุ 32 ปี น.ส.เฟียว อายุ 33 ปี ภรรยาของนายหนึ่ง ซึ่งทั้งสองคนกำลังนั่งๆนอนอยู่ที่บ้านในตำบลปากคลอง พร้อมเชิญตัวมาสอบปากคำที่สภ.บ้านมาบอำมฤต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แยกสอบ โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจน นายชาตรี บุญเพ็ง หรือนายหนึ่ง ถูกตำรวจเค้นสอบพร้อมมีพยานบุคคล จึงยอมรับสารภาพว่า ตนเองเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายนิโรจน์ จริง
โดยนายหนึ่งอ้างว่า หลังจากที่รู้ว่านายนิโรจน์ ขับรถยนต์ตามนายธีรพล ที่เป็นญาติสนิทมีศักดิ์เป็นน้องชาย ตนเองจึงได้ขับรถ จยย.ตามไปเพื่อต้องการไปขอพูดคุยกับนายนิโรจน์ ที่มีปัญหากับนายธีรพล ญาติผู้น้อง เพื่อต้องการให้เลิกราต่อกัน แต่ระหว่างที่พูดคุยกันนั้น ทางนายนิโรจน์ แสดงท่าทางคล้ายจะหยิบอาวุธปืนหรือมีดที่วางอยู่ข้างเบาะในรถ ตนเองเห็นจวนตัวก็เลยชักอาวุธปืนลูกโม่ขนาด.38 ซึ่งตนพกติดต่ออยู่ตลอดขึ้นมายิงใส่ซึ่งตนเองยืนยันเพื่อต้องการป้องกันตัว และหลังก่อเหตุก็นำอาวุธปืนไปฝั่งไว้ที่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านพ่อ และนำปลอกกกระสุน 6 ปลอกไปฝั่งกองทางปาล์ม ในสวนหลังบ้านของตนเอง
เจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปชี้จุดและขุดหาอาวุธปืนและปลอกกระสุน ก่อนนำตัวไปควบุคุมที่ สภ.บ้านมาบอำมฤต เพื่อรอทำแผนประกอบคำรับสารภาพและดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาต่อไป.



