จับยาบ้า5ล้านเม็ดไอซ์100กก.
อาชญากรรม

จับยาบ้า5ล้านเม็ดไอซ์100กก.

ตำรวจทางหลวง ด่านยานพาหนะ แข่งกันจับยาเสพติด 2 คดีรวด ยาบ้า 5 ล้านเม็ด ไอซ์ 100 กก. ผู้ต้องหา 4 คน หนีรอดไปได้ 2 คน

ตำรวจทางหลวงชุมพรจับยาบ้ากว่า 5 ล้านเม็ด ซุกในแท้งรถน้ำมัน ขณะที่ด่านตรวจยานพาหนะ ยึดไอซ์ได้อีก 100 กก.ขนมากับรถบรรทุกอาหารสัตว์  โดยเมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 7 พฤษภาคม 67 ที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร นายวิสาห์ พูลศิริรัตน์ ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วย พล.ต.ต.ภาณุเดช ณ พัทลุง ผบก.ภ.จว.ชุมพร,พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. และตำรวจทางหลวงชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.วิมล แก้วชู รอง สว.(ป) ส.ทล.4กก.2 บก.ทล. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมสองผู้ต้องหาขบวนการค้ายาเสพติด ประกอบด้วย นายสุเนตร์ เดชกุมมาร อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลข 226  หมู่ 7  ตำบลเสือเฒ่า อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม และ นายดิศวัฒน์ ดาราโชติ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/2  หมู่ 1 ตำนาเคียน  อ.เมือง  จ.นครศรีธรรมราช พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 5,020,000 เม็ด

คดีแรก สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 67  เวลาประมาณ 17.00 น. พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. ได้รับการประสานจาก จนท.ชุด บช.ปส. ให้ช่วยสกัดจับรถรถบรรทุกน้ำมัน หมายเลขทะเบียน 70 – 2322 นครปฐม ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นรถที่ทำการลักลอบขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่เขตภาคเหนือเพื่อนำส่งไปยังเขตพื้นที่ภาคใต้ จึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ประจำรถวิทยุตรวจการณ์หมายเลข 2405 , 2411, 2420 เฝ้าติดตามในเขตพื้นที่รับผิดชอบและทำการตรวจสอบรถคันดังกล่าว

จนกระทั่ง เวลา 19.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้พบเป้าหมายเป็นรถบรรทุกน้ำมันตามที่ได้รับแจ้ง ที่บริเวณ ริมถนนเอเชีย ทล.41 กม.41 (ขาล่องใต้) ต.นาสัก อ.สวี จ.ชุมพร จึงได้เรียกรถบรรทุกคันดังกล่าวให้จอดชิดขอบทางซ้าย เมื่อรถคันดังกล่าวจอดเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพบว่ามี นายสุเนตร์ เดชกุมมาร เป็นผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบภายในรถคันดังกล่าวเบื้องต้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งภายในตัวถังน้ำมันที่บรรทุกมาไม่สามารถตรวจค้นได้เนื่องจากรถคันดังกล่าวมีการบรรทุกกากน้ำตาลมาด้วยจำนวนมาก 

เจ้าหน้าที่จึงได้นำรถบรรทุกคันดังกล่าว ไปทำการตรวจสอบโดยการเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร  อย่างละเอียด จากการเอ็กซเรย์พบว่ารถคันดังกล่าวมีการซุกซ่อนวัตถุซึ่งเป็นก้อนสี่เหลี่ยมวางทับซ้อนกันอยู่จำนวนมากที่บริเวณตัวถังน้ำมันส่วนหน้าซึ่งได้ทำการดัดแปลงมาโดยเฉพาะ สำหรับบรรจุสิ่งของเพื่อปิดบังไม่ให้เจ้าหน้าที่หรือบุคคลทั่วไปมองเห็นเมื่อมองลอดลงไปจากปากถังน้ำมันทางด้านบน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ทำการระบายกากน้ำตาลภายในถังน้ำมันออกและลงไปภายในถังบรรจุน้ำมันที่ทำการดัดแปลงดังกล่าว และได้พบวัตถุก้อนสี่เหลี่ยมบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกสีดำ จึงทำการดึงวัตถุที่ได้แอบซุกซ่อนไว้ภายในถังออกมา พบว่ามีก้อนสี่เหลี่ยมบรรจุอยุ่ในถุงพลาสติกสีดำ มีจำนวน 50 ถุง เมื่อนำออกมาทำการตรวจสอบ พบว่าภายในถุงดำบรรจุยาบ้า ประมาณถุงละ 100,000 เม็ด และจากการตรวจนับ รวมทั้งหมดประมาณ 5,020,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำ นายสุเนตร์ เดชกุมมาร ให้การว่าได้ทำการลักลอบขนยาเสพติดมาแล้ว 2 ครั้ง โดยรับค่าจ้างครั้งละ 300,000 บาท ซึ่งต้องเดินทางไปรับยาเสพติดมาจากจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อจะนำไปส่งยังจังหวัดนครศรีธรรมราช ในการเดินทางแต่ละครั้งจะมีรถนำทางและคอยบอกเส้นทางผ่านไลน์ส่วนตัว ว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่หรือตั้งด่านอยู่หรือไม่ โดยครั้งนี้จะมีรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 3ฒร 5269 กทม. เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจสอบในระบบข้อมูล พบว่ารถคันดังกล่าวกำลังวิ่งมุ่งหน้าลงใต้โดยใช้เส้นทางรอง จึงได้ประสานตำรวจทางหลางประจำรถวิทยุหมายเลข 2415 ให้ทำการสกัดจับรถคันดังกล่าว 

ต่อมาหลังจากที่ได้ออกทำการตรวจสอบ และพบรถคันดังกล่าววิ่งอยู่บนถนนเส้นรอง สาย 4134 บริเวณ ต.บ้านควน อ.หลังสวน จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้รถคันดังกล่าวจอด แต่เมื่อรถคันดังกล่าวพบว่ามีเจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม จึงได้เร่งเครื่องหลบหนีการจับกุม เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไปจนทันและพบว่ารถคันดังกล่าวได้ทำการชะลอความเร็วของรถและปล่อยให้รถพุ่งตกลงข้างทาง ส่วนคนขับได้เปิดประตูรถวิ่งหลบหนีออกไปก่อน แต่เจ้าหน้าที่เห็นจึงได้จอดรถและไล่วิ่งตามไป โดยสามารถจับกุมได้ 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือนายดิศวัฒน์ ดาราโชติ อายุ 23 ปี และอาศัยความมืดและเส้นทางที่เป็นป่ารกทึบหลบหนีไปได้ 1 ราย ทราบชื่อภายหลังคือ นายสมชาย คูณสินธ์ 

เจ้าหน้าที่จึงได้นำนายดิศวัฒน์ มาทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ที่ด่าน บช.ปส.ท่าแซะ จ.ชุมพร พร้อมแจ้งข้อกล่าวหากับทั้งสอง ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย เพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต  พร้อมจะออกหมายจับผู้ที่หลบหนี และขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีที่ 2  เมื่อเวลา 23.30 น.ของวันที่ 6 พ.ค.67 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดมากับรถบรรทุกกึ่งพ่วง ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 71-7255 สงขลา ส่วนตัวพ่วงหาง หมายเลขทะเบียน 71-7256 สงขลา ซึ่งรถคันดังกล่าวบรรทุกอาหารสัตว์มาด้วย จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ออกตั้งตรวจสกัดจับ บนถนนสายเพชรเกษม ขาล่องใต้ บริเวณหน้าด่านตรวจยานพาหนะ 

จนกระทั่งเวลา 04.30 น.วันที่ 7 พ.ค.67 ได้มีรถบรรทุกกึ่งพ่วงคันบริเวณส่วนตัวหางของรถ พบว่ามีสินค้าบรรทุกมาเต็มกระบะด้านหลัง และปิดคลุมผ้าใบอย่างดี ตรงตามสายแจ้ง ได้ขับมาบริเวณจุดตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้จอดเพื่อขอตรวจค้น แต่คนขับไหวตัว กลับเหยียบคันแร่ง ขับรถพุ่งเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จนต้องกระโดดหนีตาย ในขณะเจ้าหน้าที่ชุดยืนคุมเชิง ได้ใช้เหล็กกับดักล้อโยนเข้าใส่จนยางล้อรถระเบิด ก่อนรถจะเสียหลักตกลงไหล่ทาง ห่างจากจุดตรวจเพียง 500 เมตร เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสุชาติ จันทร์ช่วง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 60 ม.6 ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นลูกน้อง  ส่วนคนขับทราบชื่อภายหลังคือ นายอภิสิทธิ์ แป้นชุม 44 ปี 127 ม.7 ต.แหลมโตนด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง อาศัยความมืดเปิดประตูวิ่งหลบหนีเข้าเข้าในป่าข้างทางรอดไปได้ 

จากการตรวจค้นภายในเก๋งรถ ไม่พบสิ่งกฎหมายใดๆ เจ้าหน้าที่จึงทำการเปิดผ้าใบเพื่อตรวจสอบ จนพบไอซ์ จำนวน 100 ก้อนๆละ 1 กก.น้ำหนักโดยรวม 100 กก.วางเรียงอยู่บนกระสอบอาหารสัตว์ ซุกอยู่ใต้ผ้าใบ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำนายสุชาติ พร้อมของกลางไอซ์ทั้งหมดมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ด่านตรวจยานพาหนะชุมพร 

จากการสอบปากคำ นายสุชาติ ให้การว่า ยาเสพติดดังกล่าวเป็นของ นายอภิสิทธิ์ คนขับที่หนีไป ส่วนตนเองเป็นเพียงลูกน้อง ไม่รู้เห็นแต่อย่างใด แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฐาน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย เพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต  พร้อมจะออกหมายจับผู้ที่หลบหนี และขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.