ชุดเฉพาะกิจกองทัพภาค 4 เดินหน้าปราบไทยเทา ภัยความมั่นคงชาติ สั่งปิดซีลชายแดนไทย-เมียนมา จ.ชุมพร-ระนอง
กองทัพภาค 4 ประชุมคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ กวาดล้างแก๊งไทยเทา ภัยความมั่นคง ปิดซีลชายแดนไทย-เมียนมา ด้านชุมพร – ระนอง ตรวจยึดทำลายถนนเชื่อมต่อขนสิ่งผิดกฎหมาย สินค้าเถื่อน ค้ามนุษย์ เข้าในราชอาณาจักร จ่อดำเนินคดีทีมขบวนการกว่า 10 ราย
จากกรณีที่ กองทัพภาคที่ 4 โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)ภาค 4 ร่วมกับสำนักสอบสวน 4 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบสวนในทางลับ พบมีกลุ่มอิทธิพล ร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐ เข้าไปบุกรุกแผ้วถางทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ค้ามนุษย์ ซ่องสุมกำลังพล อาวุธ และสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ เข้าออกในพื้นที่ชายแดนไทยและเมียนมา และพบแคมป์พักชาวโรฮิงญาประมาณ 300-400 คน อยู่ห่างจากชายแดน บริเวณพื้นที่ ตำบลรับร่อ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ประมาณ 5 กม. ซึ่งเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับแก๊งอิทธิพลไทยเทาและทหารกะเหรี่ยง ที่กระทำผิด ตามชายแดนในพื้นที่ อ.กระบุรี จ.ระนอง ตามข่าวที่เสนอนั้น
วันที่ 15 มีนาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ว่า พล.ต.อนุสรณ์ โออุไร รองแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนจังหวัดชุมพร โดยมี พ.อ.ดุสิต เกษรแก้ว หัวหน้าชุดตรวจสอบคณะทำงานฯ , กอ.รมน.จว.ชุมพร, ตำรวจชุดสืบสวนภาค 8 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม ที่กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4
โดยเป็นการประชุมคณะทำงานชุดเฉพาะกิจเพื่อรับมือภัยคุกคามต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่ชายแดน จ.ชุมพร-ระนอง ในการสืบสวน สอบสวน และพิสูจน์หลักฐาน เพื่อปราบปรามและยับยั้งปัญหาที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
การประชุมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดแนวทางการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดน และสรุปการทำงานที่ผ่านมามีความเชื่อมโยงแต่ละกลุ่มก้อนว่าใครอยู่ในประเด็นที่กระทำความผิดอะไร รวมทั้งพยานแวดล้อมว่าเป็นใครบ้างอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน จะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
โดยส่วนที่ 1 คือร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องปิดซีลชายแดนทั้งหมด เพื่อบูรณาการ ตรวจสอบ ตรวจยึดถนนทุกเส้นในเขตอุทยานแห่งชาติ ที่มีการสร้างถนนจากชายแดนเข้าไปสู่ประเทศเมียนมา เพื่อใช้ในการกระทำผิดกฎหมายแล้วทำลายทิ้ง ตั้งแต่ชายแดนด้านอำเภอกระบุรี จ.ระนอง ที่เชื่อมต่อมาถึงอำเภอท่าแซะ จ.ชุมพร แล้วให้ชุดลาดตระเวนชายแดนตรวจสอบบริเวณริมคลองต่างๆ อย่างเคร่งครัด
ส่วนที่ 2 พนักงานสืบสวน สอบสวน ดำเนินการสืบสวนตามแนวทางจากหลักฐานของผู้กระทำความผิดที่วางไว้ แล้วตรวจสอบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดผ่านเส้นเงิน การโอนเงินต่างๆ การนำเครื่องจักรเข้าไปทำถนน ทั้งในและนอกประเทศไทย และมีการเข้าออกประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเชิญตัวมาสอบสวน ส่วนผู้เกี่ยวข้องที่ปรากฏภาพ คลิปเสียง ต่างๆก็จะเชิญตัวมาสอบสวน และส่งหมายเรียกมาสอบสวน หากไม่มาตามหมายเรียก ก็จะออกหมายจับตามขั้นตอน
สำหรับหลักฐานจากการเก็บรวมรวมในช่วงที่ผ่านมานั้น พบว่ามีกลุ่มบุคคลมากกว่า 10 คนขึ้นไป ตามแนวชายแดน 2 จังหวัดในพื้นที่ จ.ชุมพร และ จ.ระนอง ที่เกี่ยวข้องร่วมกัน มีความผิดที่เป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร, ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร
1. ความผิดกรณีการตัดถนนจากแนวเขตของประเทศไทยรุกล้ำเข้าไปในประเทศเมียนมา ตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 , พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 , พรบ.ป่าไม้ พ.ศ.2484
2.ความผิดลักลอบนำหรือส่งสินค้าทางการเกษตรเข้ามาในราชอาณาจักร ตาม พรบ.ศุลกากร พ.ศ.2469
3.ความผิดลักลอบขนคนต่างด้าวส่งไปยังประเทศที่สามเพื่อแสวงหาประโยชน์อันเป็นการค้ามนุษย์ ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542
4.ความผิดลักลอบล่วงล้ำเข้าไปในประเทศอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายนอกราชอาณาจักร การกระทำใดๆเพื่อให้เกิดเหตุร้ายแก่ประเทศจากภายนอก ตาม ปอ.มาตรา 127, เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดใดๆ ตาม ปอ.มาตรา 129 ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย สะสมกำลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สินฯ ตาม ปอ.มาตรา 135/2(2), ปอ.153/3 เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามมารตรา 135/3 หรือ 135/2 เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.

















