ข่าวเด่น ฐานชุมพร

เหยื่อค้ามนุษย์ต่างด้าว13ชีวิตจ่ายค่าหัวคนละแสนหนีตายจากรัฐยะไข่จะไปอยู่มาเลยเซีย

เหยื่อค้ามนุษย์ต่างด้าวเด็ก-ผู้ใหญ่ จากรัฐยะไข่ 13 ชีวิต ขายบ้านที่ดินทรัพย์สินทิ้งถิ่นฐานในเมียนมา จ่ายเป็นค่าหัวให้แก๊งค้ามนุษย์คนละ 1 แสนบาท พากันหนีตายไปอยู่มาเลเซีย ถูกตำรวจด่านยานพาหนะจับคารถทัวร์

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 11 ก.พ.62  ที่สภ.สลุย อ.ท่าแซ จ.ชุมพร พล.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.ท.เจริญพงษ์ ขันติโล สวญ.ตม.จ.ชุมพร นางสาววัลภา แก้วสวี พมจ.ชุมพร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพหลายหน่วยงาน เข้าร่วมสอบสวนคัดแยกเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์ชาวต่างด้าวจากรัฐยะไข่ สัญชาติเมียนมา จำนวน 13 คน หลังถูกตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม หมู่ 2 ตำบลหงส์เจริญ อ.เท่าแซะ จ.ชุมพร  โดยเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพใช้เวลาสอบสวน ตรวจสอบคัดแยกนานกว่า 3 ชั่วโมง

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.00 .ของคืนที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตรวจตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพรสนธิกำลังตรวจค้นรถทัวร์ประจำทาง บริษัท ST ศรีสุเทพทัวร์ (กรุงเทพ-ทุ่งสง-เชียรใหญ่) ยี่ห้อวอลโว่ สี ขาว-ฟ้า ทะเบียน 15-4541 กรุงเทพมหานคร  ภายในรถพบผู้โดยสารเป็นชาวต่างด้าวจำนวน 13 คน  เป็นชาย 8 คน หญิง 5 คนนั่งปะปนมากับผู้โดยสารชาวไทย  ไม่มีหลักฐานแสดงการเข้าเมือง จึงควบคุมตัวไปสอบสวนทราบชื่อชาวต่างด้าวทั้งหมดคือ 1.นายอาชิม อายุ 17 ปี 2.นายไชบูลล่า อายุ 17 ปี  3.นายอานิม เชอลิส อายุ 14 ปี 4.นายโนลาลอง อายุ 16 ปี  5.นายอามิน อายุ 20 ปี  6.นายโฮซอน อายุ 24 ปี  7.นายบามาร์ โรฟิก อายุ 29 ปี  8.น.ส.ชูโกสเดิม อายุ 15 ปี 9.น.ส.โตซะลีมา อายุ 17 ปี 10.น.ส.เลอติฟา อายุ 19 ปี 11.น.ส.เลอติมา อายุ 23 ปี 12.น.ส.โมโกตุ้ม อายุ 18 ปี 13.ด.ญ.อันตัวฮาเวส อายุ 6 ปี  เจ้าหน้าที่ได้จับกุมคนขับชื่อ นายสุรศักดิ์ หลีหยา  อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ 1 ตำบลท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง และ นายประสิทธิ์ แก้วหยด อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 130/33 หมู่ 3 ตำบลลำภูลา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ผู้ช่วยคนขับที่ 2 ไว้ได้

จากการสอบสวนคัดกรองต่างด้าวทั้งหมดจำนวน 13 คน มีเด็กและเยาวชนอายุ 6–19 ปี จำนวน 9 คน อายุ  20-29 ปี จำนวน 4 คน ทั้งหมดเป็นชนชาติพันธุ์อยู่ในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมา ทุกคนให้การเหมือนกันว่าได้ขายบ้านที่ดินทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ในรัฐยะไข่ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายหนีความอดอยากและความไม่ปลอดภัยในชีวิต หลบหนีออกนอกประเทศ โดยต้องจ่ายเงินค่าหัวให้กับแก๊งค้ามนุษย์คนละ 1 แสนบาท ให้พาเข้าประเทศไทยตามช่องทางธรรมชาติบริเวณชายแดนแถบภาคเหนือ แล้วเดินทางต่อไปที่ภาคใต้ชายแดนประเทศมาเลเซีย เพื่อจะเข้าไปอยู่กับญาติพี่น้องและครอบครัวที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานทำงานอยู่ก่อนแล้ว  โดยแก๊งค้ามนุษย์มีการทำงานกันเป็นกระบวนการรับช่วงต่อกันเป็นทอดๆ จะเดินทางในเวลากลางคืนบางช่วงโดยสารมากับรถยนต์กระบะ บางช่วงโดยสารมากับรถประจำทาง และระหว่างทางจะมีจุดหลบพักตามแคมป์ต่างๆจนกระทั่งมาถูกจับกุมบนรถทัวร์ดังกล่าว

เจ้าหน้าที่สอบสวน นายสุรศักดิ์ หลีหยา  อายุ 28 ปี คนขับรถทัวร์และนายประสิทธิ์ แก้วหยด อายุ 29 ปี ผู้ช่วยคนขับผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพว่าช่วงค่ำได้ขับรถทัวร์คันดังกล่าวออกมาจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. จากนั้นได้รับการติดต่อจากนายโอไม่ทราบชื่อสกุลจริง ให้แวะรับต่างด้าวชาวชาวเมียนมา จำนวน 13 คน โดยจะมีรถยนต์กระบะพามาจอดรออยู่ริมถนนใกล้ตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร ได้รับค่าจ้างหัวละ 1,200 บาท ให้พาต่างด้าวทั้งหมดไปส่งที่จุดนัดหมายจะมีเครือข่ายที่มารอรับในเขตพื้นที่ จ.สุราษฏร์ธานี จนกระทั่งมาถูกตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพร เรียกตรวจสอบและจับกุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนขยายผลถึงเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการค้ามนุษย์ที่เหลือมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว.