ฐานชุมพร อาชญากรรม

เจ้าของเรือนำเที่ยวโร่พบตำรวจ ยันไม่เกี่ยวข้อง 2 นักดำน้ำ

เจ้าของเรือนำเที่ยววิ่งโร่พบตำรวจขอแสดงความบริสุทธิ์ใจ ยันไม่เกี่ยวข้องกับสองนักดำน้ำเช่าที่ออกไปยิงปลาในเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนรายละเอียดโยนให้ไปสอบถามสามีซึ่งเป็นผู้พาออกไป

วันนี้ (28 มี.ค.) จากกรณี “เต๊ป กีรติ” หรือ นายกีรติ ศิริสุทธิพัฒนา หรือ ดีเจเต๊ป นักจัดรายการวิทยชื่อดัง และเป็นครูสอนดำน้ำ ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Tep Keerati ได้โพสต์คลิปวิดีโอและภาพนิ่งลงเฟซบุ๊ก โดยเป็นนักท่องเที่ยว 2 คน ใส่ชุดประดาน้ำ ในมือถือปืนฉมวกและถุงตาข่ายใส่ปลาหมอทะเลขนาดใหญ่จำนวนหลายตัว ได้โผล่ขึ้นมาจากใต้ทะเลแล้วขึ้นเรือผิดอีกลำที่จอดดำน้ำดูปะการังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จนเจ้าหน้าที่ได้ไปแจ้งความเพื่อติดตามจับกุมผุ้กระทำความผิดดังกล่าวตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด นางวิยะดา จันทร์เพ็ญ อยู่บ้านเลขที่ 340/ 2 หมู่ที่ 9 ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร ได้เดินทางมาพร้อมกับนำเอกสารเกี่ยวกับเรือโอ๊ตไดฟ์วิ่ง ทะเบียน 4422 00616 ที่ปรากฏในภาพข่าวทางสื่อออนไลน์จากกรณีดังกล่าว ได้มาแสดงตัวเข้าพบกับ ร.ต.อ.อุทัยศิลป์ แสงโทโพธิ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากน้ำชุมพร เจ้าของคดีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์โดยไม่ต้องมีหมายเรียกแต่อย่างใด

นางวิยะดา จันทร์เพ็ญ เปิดเผยว่า เรือโอ๊ตไดฟ์วิ่ง ทะเบียน 4422 00616 ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้นยอมรับว่าเป็นเรือของตนจริง โดยเรือลำดังกล่าวจดทะเบียนมีใบคุมเรือถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างจากนายทะเบียนกรมเจ้าท่า และเรือลำดังกล่าว นายบำรุง จันทร์เพ็ญ ซึ่งเป็นสามีของตนได้นำไปจดใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศน์สาขาภาคกลาง เขต 3 ของกรมการท่องเที่ยว โดยได้ใบอนุญาตเลขที่ 13/02360 ระบุประกอบธุรกิจนำเที่ยวตามมาตรา 15 แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ประเภท เฉพาะพื้นที่ โดยใช้ชื่อเป็นภาษาไทยว่า “ธวัชชัยไดร์ฟวิ่ง”

นางวิยะดา กล่าวว่า เมื่อวานนั้นได้มีนักท่องเที่ยวจำนวน 2 คน ได้มาเช่าเรือโอ๊ตไดฟ์วิ่ง ทะเบียน 4422 00616 เพื่อออกไปดำน้ำดูปะการัง โดยมีสามีของตนคือ นายบำรุง เป็นนายท้ายผู้ควบคุมเรือลำดังกล่าวออกไป ส่วนสามีจะนำนักท่องเที่ยวออกไปดำน้ำที่ไหนนั้นตนเองไม่ทราบ และไม่ทราบด้วยว่านักท่องเที่ยวที่เช่าเรือออกไปนั้นไปก่อเหตุทำอะไรบ้างจนมาตกเป็นข่าวดังกล่าว ตนจึงได้เดินทางมาแสดงความบริสุทธิ์ใจเนื่องจากตนเป็นเจ้าของเรือ ซึ่งไม่รู้ไม่เห็นในการกระทำของนักท่องเที่ยวทั้งสองคนนั้นแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรือได้แจ้งขึ้นทะเบียนนำเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติด้วยหรือไม่ นางวิยะดากล่าวว่าตนไม่ทราบต้องไปถามสามี ส่วนนักท่องเที่ยวที่ดำน้ำแล้วไปยิงปลาในเขตอุทยานฯ นั้น ก็ให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำจาก นายบำรุง สามีตนด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้สามีตนได้พาทีมนักวิจัยที่มาเช่าเหมาเรืออีกลำเป็นเวลา 3 วัน เพื่อไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับทรัพยากรสัตว์น้ำกลางทะเลและจะกลับเข้าฝั่งในอีก 2 วัน

ขณะที่ได้มี ร.ต.ต.จิตวัตร กมลวิริยะวัฒน์ รอง สว.ทท.ชุมพร ได้เข้าร่วมสอบปากคำและตรวจสอบเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับเรือประกอบการท่องเที่ยว และตรวจสอบใบประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยวว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร โดยให้เจ้าของเรือต้องนำมาแสดงทั้งหมด หากพบว่าไม่มีก็จะร่วมลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อฟ้องร้องเอาผิดกับผู้ประกอบการรายนี้ต่อไปด้วย